Website Banner
 
 

คำถามในคำพิพากษาฎีกาตัวอย่าง
ตัวอย่าง....คำพิพากษาฎีกาที่ 481-482/2551 เรื่อง การจ่ายเบี้ยเลี้ยงเพื่อจูงใจให้พนักงานขยันไม่ใช่ค่าจ้างตามพระราชบัญญัติประกันสังคม มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า เงินเบี้ยเลี้ยงที่โจทก์จ่ายให้แก่พนักงานเป็นค่าจ้างที่ต้องนำมาคำนวณเป็นเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนและกองทุนประกันสังคมหรือไม่ โดยจำเลยอุทธรณ์ว่า โจทก์ได้กำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายเบี้ยเลี้ยงของพนักงานรายวัน วันละ 10 บาท หรือ 150 บาท ต่องวดการทำงาน 15 วัน จึงเป็นเงินที่จ่ายเป็นค่าตอบแทนการทำงานโดยตรง มิใช่เพื่อจูงใจให้พนักงานขยันมาทำงานแต่อย่างใดนั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 5 และพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 มาตรา 5 นิยามศัพท์คำว่า ค่าจ้างในทำนองเดียวกัน “ค่าจ้าง” หมายความว่า เงินทุกประเภทที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเป็นค่าตอบแทนการทำงานในวันและเวลาทำงานปกติไม่ว่าจะคำนวณตามระยะเวลาหรือคำนวณตามผลงานที่ลูกจ้างทำได้ และให้ความหมายรวมถึงเงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างในวันหยุดและวันลาซึ่งลูกจ้างไม่ได้ทำงานด้วย ทั้งนี้ ไม่ว่าจะกำหนดคำนวณหรือจ่ายในลักษณะใดหรือโดยวิธีใด และไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร บทบัญญัติดังกล่าวให้ความหมายของค่าจ้างไว้ว่าต้องเป็นเงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลุกจ้าง โดยมีวัตถุประสงค์ของการจ่าย เพื่อเป็นการตอบแทนการทำงานในวันและเวลาทำงานปกติของลูกจ้างที่ทำให้แก่นายจ้าง เมื่อพิจารณาจากคำสั่งเรื่องการปรับเปลี่ยนสวัสดิการและค่าแรงของพนักงานรายวันเอกสารหมาย จ.3 และตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางรับฟังปรากฏว่า โจทก์ได้ออก ประกาศคำสั่ง 3 ข้อ โดยข้อ 1 ระบุให้ปรับค่าจ้างแก่พนักงานรายวันเข้าใหม่เพิ่มขึ้นจากอัตราค่าจ้างขั้นต่ำอีกจำนวน 5 บาท และเมื่อมีอายุการทำงานครบ 2 เดือน จะปรับเพิ่มขึ้นอีกจำนวน 3 บาท ต่อวัน ส่วนข้อ 2 ระบุให้พนักงานรายวันที่เริ่มเข้าทำงานใหม่มีสิทธิได้รับเบี้ยเลี้ยงประจำวัน วันละ 10 บาท หรือ 150 บาท ต่องวดการทำงาน 15 วัน โดยรวมวันหยุดประจำสัปดาห์ด้วย ในกรณีที่พนักงานมาทำงานไม่ครบจำนวนวันทำงานในงวดการทำงานจะได้รับเบี้ยเท่ากับจำนวนวันที่มาทำงานจริงเท่านั้น เว้นแต่ กรณีป่วยเนื่องจากการทำงาน การลาป่วยที่มีใบรับรองแพทย์และการลาพักร้อน ดังนี้ การจ่ายเงินตามคำสั่งเรื่องการปรับเปลี่ยนสวัสดิการและค่าแรงของพนักงานรายวันเอกสารหมาย จ.3 จึงมีสองส่วนคือการปรับค่าจ้าง ตามข้อ 1 และการกำหนดให้พนักงานรายวันได้รับเบี้ยเลี้ยงตามข้อ 2 การจ่ายเบี้ยเลี้ยงวันละ 10 บาท หรือ 150 บาท ต่องวดการทำงาน 15 วัน จะได้รับทุกวันที่มาปฏิบัติงานและหากมาทำงานครบงวดการทำงานจะได้รับเพิ่มในส่วนของวันหยุดประจำสัปดาห์ซึ่งปกติพนักงานรายวันจะไม่มีสิทธิ์ได้รับด้วย แต่หากมาทำงานไม่ครบจำนวนวันทำงานในงวดการทำงานนั้น ก็จะได้รับเฉพาะเพียงวันที่มาทำงานแต่จะไม่ได้รับเพิ่มในส่วนของวันหยุดประจำสัปดาห์ ยกเว้น กรณีลาหรือป่วยดังกล่าว การจ่ายเบี้ยเลี้ยงในส่วนของการทำงานครบจำนวนวันในงวดการทำงาน และได้รับเบี้ยเลี้ยงเพิ่มโดยรวมส่วนของวันหยุดประจำสัปดาห์นั้น การจะได้รับเบี้ยเลี้ยงส่วนนี้จึงมิใช่เป็นการจ่ายเพื่อตอบแทนการทำงานในวันและเวลาทำปกติ แต่เป็นการจ่ายเพื่อจูงใจให้พนักงานรายวันขยันมาทำงานทุกวันจึงมิใช่ค่าจ้าง แต่การจ่ายเบี้ยเลี้ยงประจำวัน วันละ 10 บาท เป็นการจ่ายแก่พนักงานรายวันทุกวันที่มาทำงาน จึงเป็นการจ่ายเพื่อตอบแทนการทำงานในวันและเวลาทำงานปกติ จึงเป็นค่าจ้างตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537 มาตรา 5 ที่ต้องคำนวณเป็นเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนต่อไป อุทธรณ์จำเลยฟังขึ้นบางส่วน พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยตามหนังสือที่ นฐ 0030/53835 ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2546 เรื่องแจ้งผลการตรวจสอบบัญชีปี 2545 และตามหนังสือที่ นฐ 0030/53834 ลงวันที่ 16 ตุลาคม เรื่อง แจ้งผลการตรวจสอบบัญชีค่าจ้างกองทุนประกันสังคม ปี 2545 เฉพาะส่วนที่จำเลยนำค่าเบี้ยเลี้ยงที่โจทก์จ่ายให้ลูกจ้างเพิ่มในส่วนของวันหยุดประจำสัปดาห์ วันละ 10 บาท มาคำนวณเงินสมทบ (นายรัตน์ กองแก้ว,นายพิชิต คำแฝง,นายจรัส พวงมณี) คำถาม..... ค่าเบี้ยเลี้ยงจะเหมือนกับค่ารถและค่าอาหารที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างทุกวันที่มาทำงาน ปัจจุบันถือเป็นสวัสดิการ ไม่ใช่ค่าจ้าง ไม่ได้นำมาคิดเงินสมทบ และเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติตามที่เจ้าหน้าที่สำนักงานสวัสดิการฯแจ้งไว้ ทำไมจึงแตกต่างกัน อย่างไร
จากคุณ: aa   วันที่: 14-พ.ย.-2555 10:11:26   IP: 124.120.63.88   Email:
   
ตอบ.....  กรณีตามฎีกาตัวอย่างข้างต้น  ไม่ได้แสดงรายละเอียดถึงการจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงที่จ่ายให้ลูกจ้างว่านายจ้างมีเจตนาจ่ายเป็นค่าความจำเป็นอะไรให้แก่ลูกจ้าง  ดังนั้นหากไม่มีเจตนาจ่ายเป็นสวัสดิการอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างชัดเจน แล้วปรากฏว่าจ่ายเป็นประจำเท่าๆกัน  ทุกวันหรือทุกเดือนก็อาจแปลเจตนาได้ว่าจ่ายเป็นการตอบแทนการทำงานให้แก่ลูกจ้างซึ่งถือว่าเป็นการจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างตามกฎหมายแล้ว
จากคุณ: thatpong   วันที่: 14-พ.ย.-2555 10:12:53   IP: 124.120.63.88   Email:
   
จากคุณ :
 
Email :
 
   
ข้อความ :
Upload :
(คุณ upload ได้เพียงไฟล์รูปภาพนามสกุล jpg,png,gif เท่านั้น ขนาดไม่เกิน 200kb)
รหัสรูป :
 



บริษัท สำนักกฎหมายทัศน์พงษ์ สกุลคู จำกัด
99/263  หมู่ที่ 2 ถนนรามคำแหง 150 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ 10240
Current Pageid = 4